ยูเครนในปัจจุบัน
สถานการณ์การเมือง นาย Viktor Yushchenko ผู้นำใน Orange Revolution ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2005 โดยมีนาง Yulia Timoshenko พันธมิตรใน Orange Revolution ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี ประชาชนได้แสดงความไม่พอใจต่อประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของรัฐบาลและความล่าช้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้น การที่ประธานาธิบดี Yushchenko ได้ปลดนาง Timoshenko ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2005
เนื่องจากความไม่ลงรอยในการบริหารประเทศ พร้อมกับหันไป “จับมือ” กับนาย Yanukovich หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและอดีตคู่แข่งทางการเมือง ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเอกภาพและความศักดิ์สิทธิ์ของ Orange Revolution
ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของยูเครนเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 49 ปรากฏว่า พรรคของนาย Yushchenko ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเป็นอันดับที่ 3 รองจากอันดับที่ 1 คือพรรคของนาย Yanukovich และอันดับที่ 2 คือพรรคของนาง Timoshenko ซึ่งต้องมีการเจรจาสร้างพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น จะเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่กำหนดเสถียรภาพและทิศทางการเมืองและการปฏิรูปเศรษฐกิจของยูเครนในอนาคต
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของยูเครนเติบโตประมาณร้อยละ 5 ในช่วงปี ค.ศ. 200-2004 ก่อนที่จะเติบโตช้าลงในปี ค.ศ. 2005 อันสืบเนื่องจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันยังส่งให้การลงทุนจากต่างประเทศชะลอตัว และก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมส่งออกหลักของประเทศ คือ อุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้เข้าประเทศที่สำคัญ ต้องประสบผลกระทบจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่ต่ำลง อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับสูง ในขณะที่อัตราค่าจ้างต่ำ (ประมาณ 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน)
สถานการณ์ทางด้านการต่างประเทศ หลัง Orange Revolution นโยบายต่างประเทศของยูเครนได้ปรับทิศทางให้ใกล้ชิดกับตะวันตกมากขึ้น โดยอาศัยการยอมรับจากตะวันตกในฐานะประเทศที่เป็นตัวอย่างการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในยุโรปตะวันออก มาใช้เป็นประโยชน์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มุ่งสู่ตะวันตก โดยเฉพาะการเข้าเป็นสมาชิกองค์การ NATO ในขณะเดียวกันก็รักษาสถานะพิเศษในความสัมพันธ์กับรัสเซียพร้อมกับพยายามให้รัสเซียยอมรับความเสมอภาคในฐานะรัฐเอกราช
อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2006 ได้เกิดกรณีขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย อันสืบเนื่องจากการที่รัสเซียได้ปรับราคาก๊าซที่ขายให้กับยูเครนสูงขึ้นกว่า 2 เท่า ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานขึ้นในยูเครน และสร้างความกังวลให้แก่ยุโรปซึ่งนำเข้าก๊าซส่วนใหญ่จากรัสเซียผ่านยูเครน แม้ว่ายูเครนจะยอมจ่ายราคาค่าก๊าซตามที่รัสเซียต้องการ แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็ได้ทำให้ทั้งสองประเทศดำเนินความสัมพันธ์กันอย่างระมัดระวัง |